บทที่ 6 ฉีกหน้า

บรรยากาศในทางเดินโรงพยาบาลดูคล้ายจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เมื่อพันดาวต้องเผชิญหน้ากับมาลินี ความโกรธแค้นในใจอัดอั้นจนไม่มีที่ระบาย บรรยากาศอันหนักอึ้งทำให้เสียงลมหายใจของทั้งคู่ดูหอบกระชั้น จากบทสนทนาเมื่อครู่ ความโกรธที่พันดาวมีต่อมาลินีได้พุ่งทะยานถึงขีดสุด

"เธอมันพวกแอ๊บแบ๊วที่น่าสมเพชที่สุด!" พันดาวจ้องเขม็งด้วยสายตาเกรี้ยวกราด น้ำเสียงเย็นยะเยือกบาดลึกถึงกระดูก "เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ถึงกับวางแผนทำร้ายแคมป์ หน้าไม่อายจริง ๆ!"

มาลินีไม่ยอมลดละ เธอกระตุกยิ้มเยาะที่มุมปากพลางแค่นหัวเราะ "ฮ่า ๆ ตลกชะมัด เด็กกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ กล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน! คิดว่าการถือหางฝั่ง 'ความถูกต้อง' แล้วมันจะทำให้เธอวิเศษวิโสมาจากไหนงั้นเหรอ? อย่ามาทำตัวเป็นคนดีจอมปลอมหน่อยเลย!"

"ความหน้าด้านของเธอทำให้ฉันสะอิดสะเอียนจนอยากจะอ้วก!" ไฟโทสะลุกโชนในใจพันดาว เธอสวนกลับทันควันโดยไร้ซึ่งความกลัว "เธอมันก็แค่คนที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเองโดยไม่สนผิดชอบชั่วดี... ไม่ว่าจะใช้วิธีที่สกปรกแค่ไหนก็ตาม!"

"สกปรกงั้นเหรอ?" น้ำเสียงมาลินีเต็มไปด้วยความประชดประชัน "ฉันก็แค่ทำทุกทางเพื่อความสุขของฉันเอาไว้ ส่วนเธอนั้นนั่นแหละที่ผิด... ผิดที่เพ้อเจ้ออยากจะแย่งชิงสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองมาตั้งแต่แรกไประหว่างฉันกับแคมป์!"

"เธอเอาแต่หาข้ออ้างให้ความเห็นแก่ตัวของตัวเอง!" พันดาวโกรธจนแทบจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ "เรื่องของฉันกับแคมป์เป็นงานแต่งที่ 'คุณปู่กิรติ' กำหนดไว้ ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะมาวางแผนทำลายได้ง่าย ๆ หรอกนะ!"

"ถ้ามั่นใจขนาดนั้นจริง ๆ เธอคงไม่มาโผล่หัวอยู่ที่นี่หรอก" มาลินีสืบเท้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจแทบจะรดกัน ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด "เซ็นใบหย่าซะ! เลิกยุ่งกับเขาไปซะตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาสได้เหลืออะไรในชีวิตเลยแม้แต่อย่างเดียว!"

"ไม่มีทาง... ฉันจะไม่มีวันเซ็นใบหย่าเด็ดขาด" พันดาวสบตากลับอย่างแน่วแน่โดยไม่หลบสายตา มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่กลับกำแน่นเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ในใจสลักคำมั่นเอาไว้ว่าจะสู้จนถึงที่สุด

สายตาของทั้งสองปะทะกันกลางทางเดิน บรรยากาศรอบข้างยิ่งตึงเครียดจากการเผชิญหน้า มาลินีแค่นเสียง 'หึ' ในลำคออย่างเย็นชา เธอรู้ดีว่าการโต้เถียงนี้ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว

เธอสะบัดหน้าเดินออกจากโรงพยาบาลศิริราชไป ส่วนพันดาวก็เดินทางไปยังโรงพยาบาลแม่และเด็กอีกแห่งหนึ่ง

เธอมองดูเหล่าหญิงตั้งครรภ์รอบกาย ทุกคนต่างมีสามีคอยเคียงข้าง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ความเจ็บปวดแล่นพล่านในใจ ช่างแตกต่างกับความโดดเดี่ยวของเธออย่างสิ้นเชิง แคมป์ไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่ไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

เสียงทุ้มอ่อนโยนของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งปลอบภรรยาลอยมาเข้าหู "ผมรู้ว่าตอนท้องมันลำบาก ผมเจ็บแทนคุณไม่ได้ ก็ต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนสิครับ"

พันดาวรู้สึกขมขื่นยิ่งกว่าเดิม แววตาหม่นแสงฉายแววอิจฉาออกมาอย่างปิดไม่มิด

พริบตานั้น เสียงตะโกนโหวกเหวกก็ดังแทรกบรรยากาศอันมาคุ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหลายคนวิ่งหน้าตั้งตรงมายังทิศทางที่พวกเขายืนอยู่ "ถอยไปครับ! ขอทางหน่อย! มีเคสคลอดฉุกเฉินด่วนที่สุด!"

หัวใจของพันดาวกระตุกวูบ เธอรีบเงยหน้ามองตามต้นเสียงนั้นทันที ภาพตรงหน้าคือหญิงตั้งครรภ์อายุน้อยที่ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด มือทั้งสองของหล่อนสั่นเทาขณะกุมมือสามีไว้แน่นราวกับกำลังยื้อยุดลมหายใจสุดท้าย สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความเจ็บปวดที่กำลังเผชิญ แต่ฝ่ายสามีกลับกุมมือเธอตอบไว้แน่น น้ำเสียงของเขาที่กระซิบบอกเธอนั้นทั้งหนักแน่นและอ่อนโยน ราวกับเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียวในวินาทีชีวิต "ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่ข้าง ๆ คุณ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไปแล้ว"

พันดาวตะลึงงันไปชั่วขณะ ความรู้สึกอิจฉาระคนริษยาก่อตัวขึ้นในใจอย่างบอกไม่ถูก เธอเฝ้ามองคู่สามีภรรยานั้นเงียบ ๆ ลึก ๆ ในใจเธอโหยหาใครสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเธออย่างสุดหัวใจแบบนั้นบ้าง

ท่ามกลางความวุ่นวายในห้องฉุกเฉิน หมอและพยาบาลกำลังเร่งช่วยชีวิตหญิงคนนั้นอย่างเต็มที่ พันดาวจดจ้องภาพตรงหน้า พลางภาวนาในใจอย่างเงียบงัน "ขอให้เธอและลูกปลอดภัยนะ"

การรักษาหญิงคนนั้นยังไม่ทันจบ ผลตรวจของพันดาวก็ออกมาพอดี

โชคดีที่ทุกอย่างปกติดี ลูกน้อยแข็งแรงมาก

พันดาวเดินเตร็ดเตร่อยู่ด้านนอกอย่างไร้จุดหมายอยู่นานแสนนานราวกับจะยื้อเวลาไม่ให้ต้องกลับไปที่นั่น... บ้านหลังที่เธอเคยรักสุดหัวใจ แต่ในวันนี้กลับกลายเป็นเพียงกรงขังที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด เคยชอบที่จะรอแคมป์กลับมาที่นี่มากเพียงใด

แต่ตอนนี้ บ้านหลังนี้ไม่ต่างอะไรกับกรงขังเลยสักนิด

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน พันดาวก็เห็นแคมป์นั่งหน้าตึงแผ่รังสีอึมครึมอยู่บนโซฟา

"หายหัวไปไหนมาจนป่านนี้?"

"ออกไปร่านหาผู้ชายอื่นมาหรือไง?"

"เธอไปหามาลินีมาใช่ไหม!" คำถามที่โพล่งขึ้นมาท่ามกลางความเงียบนั้นราวกับน้ำแข็งถังใหญ่ที่สาดซัดเข้าใส่พันดาว จนเธอรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจและยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป